เกษียณ โดยที่มีเงินเก็บอยู่ 4 ล้าน ไม่มีหนี้ ไม่มีรายได้อื่น พอหรือไม่ เป็นเรื่องน่าคิด
คำตอบของเรื่องนี้อยู่ที่ตัวแปรสามตัวคือ
1.ระยะเวลาที่จะมีชีวิตอยู่
2.ผลตอบแทนจากเงินก้อนนี้
3.ค่าใช้จ่ายที่จะใช้ในแต่ละปี
ลองมาดูแบบง่ายๆ กันก่อนครับ ถ้าสมมติว่าฝากประจำหรือซื้อสลากฯ แล้วผลตอบแทนที่ได้เท่าเงินเฟ้อพอดี แล้วอยู่ไปอีก 25 ปี จะมีตังค์ใช้เดือนละ 13,000 บาท แต่
ถ้าอยู่ต่อไปอีก 30 ปีหลังเกษียณ จะมีตังค์ใช้เดือนละ 11,000 บาท โดยที่เงินจำนวนนี้ต้องใช้จ่ายในทุกๆด้านเลยครับ พอหรือไม่ อันนี้ก็แล้วแต่ลักษณะการดำเนินชีวิตหลังเกษียณของแต่ละคน
.
😀ทีนี้ลองมาดูกรณีที่มีความรู้ด้านการลงทุนอยู่บ้าง แล้วมีการจัดสรรเงินลงทุน เพื่อให้ผลตอบแทนรวมๆ ได้ประมาณ 6% สมมติว่าให้เงินเฟ้อเท่ากับ 3% นั่นประมาณได้ว่าผลตอบแทนหลังเงินเฟ้อคือ 3% (6-3=3) จะทำให้มีเงินใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน
ถ้ามีอายุหลังเกษียณ 25 ปี เงินก้อนนี้ด้วยผลตอบแทนสุทธิอยู่ที่ 3% จะมีเงินใช้จ่ายได้เดือนละ 19,000 บาท
แต่ถ้าอยู่ซัก 30 ปี จะมีเงินใช้เดือนละ 17,000 บาท ดู ๆแล้ว ก็ดีกว่ากรณีแรกอยู่เยอะนะครับ
ทีนี้มาดูกันต่อว่าแล้วจะต้องทำไงให้ได้ผลตอบแทนประมาณ 6%
.
😀แนวทางก็คือต้องแบ่งเงินออกเป็นสามส่วน
1. จัดสรรเงิน 1.5 ล้านลงในตราสารทุน (คาดผลตอบแทน 10% ต่อปี)
2. จัดสรรเงิน 2.4 ล้านลงทุนในตราสารหนี้หรือพันธบัตร (คาดผลตอบแทน 3.5% ต่อปี)
3. แบ่งเงินที่เหลืออีก 1 แสนเก็บไว้ในออมทรัพย์หรือตราสารหนี้ระยะสั้น เผื่อเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน (คาดผลตอบแทน 2%) ซึ่งการจัดสรรเงินแบบนี้จะได้ผลตอบแทนประมาณ 6% ต่อปี
.
ถ้ามีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ก็ต้องเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน ซึ่งมันอาจจะเสี่ยงไปสำหรับเงินก้อนสุดท้าย(แต่จริงๆ ก็มีวิธีบริหารจัดการได้โดยแบ่งเงินเป็นสั้นยาว) หรือไม่งั้นก็ต้องทำงานอื่นเพิ่ม
.
😀จะเห็นได้ว่าเรื่องราวพวกนี้มันจำเป็นมากในการใช้ชีวิต แค่เก็บเงินได้ยังไม่พอ ต้องวางแผนใช้ให้เหมาะด้วยครับ ส่วนเรื่องราวการลงทุน ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องศึกษาให้สามารถเอาตัวรอดได้ก่อนที่จะเกษียณ เพราะจำเป็นมากสำหรับสังคมปัจจุบันและการใช้ชีวิตหลังเกษียณ การลงทุนจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญมากจริงๆ
.
เรียนรู้ทำความเข้าใจเรื่องของการลงทุน แต่เนิ่นๆ กันเถอครับ
facebookgroup การลงทุน กองทุนรวม การวางแผนการเงิน : Wealth Together

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น