ออมเดือนละ 1,500 รวยกว่าคนออมเดือนละ 30,000 ได้ไง How to ???
ตั้งหัวข้อซะน่าฉงนเลย จริงๆ แล้วเป็นเรื่องปกติครับ เงินน้อยแต่นานชนะเงินมากแต่สั้น หลายคนคิดว่าตังค์น้อยเพิ่งจบใหม่ ไม่ต้องรีบวางแผนการเงิน ไม่ต้องรีบเก็บออมเพื่อการเกษียณ มันน่าเสียดายมากจริงๆ นะ ลองมาดูกันชัดๆเลยครับ
มาดูคนสองคนที่จบการศึกษาใหม่ๆ กัน
คนที่ 1 จบการศึกษาอายุ 22 ได้งานทำเลยมีเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาท คนนี้ไม่คิดเยอะไม่น้อยใจในโชคชะตา ไม่เกี่ยงว่าตังค์ยังน้อยออมไปก็ไม่รวย
เค้าตั้งเป้าเลยว่าถ้ามีงานทำจะเก็บเงินเดือนละ 10% ของรายได้ตั้งต้น เก็บไปตลอดเลยเพื่อเป็นเงินเอาไว้ใช้หลังเกษียณที่อายุ 60 ปี สมมติว่าเริ่มทำงานใหม่ เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 15,000 บาท
ถ้าแบ่งเงินส่วนนี้ออมมาสัก 10% คือ 1,500 บาทต่อเดือน แล้วเอาไปออมในที่ ๆให้ผลตอบแทน 10% ต่อปี จนเกษียณที่อายุ 60 คิดเป็นจำนวนงวดทั้งสิ้น 456 เดือนที่ต้องออม
เมื่ออายุ 60 ปี จะมีเงินทั้งสิ้นประมาณ 6.8 ล้านบาท (ใส่เงินไปกี่บาทกันนะ ลองกดเครื่องคิดเลขดูนะครับ เงินต้น = 684,000)
คนที่ 2 จบการศึกษาอายุ 22 เช่นเดียวกับคนแรก มีงานทำเลย ได้เงินเดือนเดือนละ 15,000 เห็นความสำคัญของการออมนะแต่ยังไม่พร้อม อีกอย่างคือคิดว่าเงินน้อยยังไม่ต้องออม ออมไปก็ไม่รวย ยิ่งออมระยะยาวเพื่อการเกษียณด้วยไม่ต้องมาพูดถึงเลย อนาคตอีกยาวไกล
อย่างไรก็ตามคนนี้ ตั้งเป้าว่าจะออมเพื่อการเกษียณที่อายุ 50 สมมติว่าเงินเดือนเพิ่มปีละ 5.6% โดยคาดว่าตอนนั้นจะมีเงินเดือนเดือนละ 70,000 แล้วจะออม 40% ของเงินเดือน คือ ออมเดือนละ 30,000 มีระยะเวลาในการออม 10 ปี ผลตอบแทนที่คาดคือ 10% ต่อปี
ผลก็คือเมื่ออายุ 60 คนที่ 2 นี้จะมีเงินประมาณ 6 ล้านบาท (ใส่เงินไปกี่บาทนะ ลองกดดูครับ 30,000*12*10 โอ้ ใส่เงินไปทั้งสิ้น 3,600,000 บาท)
เราจะเห็นว่าตามภาพด้านบนนั้นคนที่ 1 ใช้เงินน้อยกว่าแต่ได้เงินมากกว่าคนที่ 2 ข้อสงสัยที่น่าสนใจคือ
1. คนที่ 1 เค้าออมได้แค่เดือนละ 1,500 ไปตลอดหรือไม่ ถ้าเค้าออมได้มากกว่านี้ล่ะ แล้วทำไมมันได้เยอะจังทั้งที่เงินต้นนิดเดียว
ตอบ เงินออมก็ทะลุ 10 ล้านไปได้ไม่ยากเลยนะครับ หรือ ออมแค่นี้แหละ แต่ที่เหลือไปเก็บไว้ใน LTF RMF หรือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นี่ก็เท่ากับว่าเกิน 10 ล้านอีกนั่นแหละ และการที่ได้เยอะก็เพราะระยะเวลาที่นานพอ เงินที่งอกออกมาไม่ได้เอาไปไหน มันเกิดการทำงานของดอกเบี้ยของดอกเบี้ยตั้งเกือบ 40 ปีเลยครับ ทบมาเรื่อยๆ ตัวนี้แหละที่ทำให้เงินตอนท้ายๆ เพิ่มเป็นทวีคูณ
2. คนที่ 1 ออมขนาดนี้ชีวิตลำบากหรือไม่
ตอบ ต้องยอมรับว่าปีสองปีแรกอาจลำบากบ้าง แต่ต่อไปเงินเดือนขึ้นไปหลัก 20,000-30,000 การออมแค่เดือนละ 1,500 บาทแบบนี้ นับว่าน้อยมากครับ เงินที่เหลือเอาไปผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ผ่อนภรรยา ผ่อนลูก อะไรก็จัดกันไปได้เลยครับ (แต่เชื่อมั้ยว่า ถ้าคนเราลองได้ออมเริ่มต้นเดือนละ 1500 แล้วพอรายได้เค้ามากขึ้น เค้าก็ออมมากขึ้นอยู่ดีครับ สุดท้ายคนที่ 1 ทะลุ 20 ล้านเอาง่ายๆ นะครับ)
3. คนที่ 2 ไปให้เค้าออมตอนอายุ 50 ด้วยเงิน 40% ของเงินเดือนเป็นไปได้หรือไม่
ตอบ ให้ออมตอนอายุ 50 เนี่ยเป็นไปได้ครับ แต่ออมตั้งเดือนละ 30,000 จาก 70,000 นี่หืดขึ้นคอแน่ ๆ เทียบกับคนที่ 1 แล้วเดือนละ 1,500 จะเห็นว่าคนที่ 1 สบายมากใช่ไหมครับ
4. ผลตอบแทน 10% หาได้จากที่ไหน
คำตอบ .ในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมาผลตอบแทนจากตลาดหลักทรัพย์ของไทยโดยเฉลี่ยอยู่ที่มากกว่า 12% ครับ มันคุ้มที่จะลองศึกษาและลงทุนในตราสารทางการเงินเหล่านี้เช่น หุ้น กองทุนรวมหุ้น และน่าประหลาดอย่างหนึ่งก็คือยิ่งระยะเวลาที่นานๆ ความเสี่ยงจากการลงทุนจะลดลงตามลำดับครับ นั่นหมายความว่าคนที่สองมีความเสี่ยงมากว่าคนที่ 1
5. อยากได้เป็น 100 ล้าน ทำได้หรือเปล่า
คำตอบ ถ้าอยากได้ขนาดนั้นก็คงต้องเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วนำกำไรจากการทำธุรกิจไปต่อยอด
6. ถ้าออมแล้วมันไม่ได้ 10% ล่ะ
คำตอบ อย่างน้อยก็ได้ออมนะ มีเงินแน่มากน้อยอีกเรื่อง แต่ถ้าไม่ออมเพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยไม่ศึกษา ไม่วางแผน "เวลาเมื่อผ่านไปแล้วย้อนคืนกลับมาไม่ได้นะจ๊ะ"
เราสรุปเหตุการณ์แบบนี้ว่า ออมก่อนรวยกว่า ออมก่อนใช้เงินน้อยกว่า ออมก่อนเสี่ยงน้อยกว่า ออมก่อนสบายกว่า รู้อย่างนี้แล้วมาออมกันเถอะครับ
"ออมเยอะๆ เชื่อฉันเถอะไม่ลำบาก ออมมากๆ ไม่ลำบากเชื่อฉันเถอะ"
ข้อมูลเพิ่มเติม
ผลตอบแทนต่อปีของ SET (คิดแบบทบต้น)
2529-2559 (30 ปีย้อนหลัง) อยู่ที่ 8.2%
2544-2559 (15 ปีย้อนหลัง) อยู่ที่ 14.3%
2549-2559 (10 ปีย้อนหลัง) อยู่ที่ 12.4%
ผลตอบแทนต่อปีของกองทุนรวมประเภท Active กองหนึ่ง (คิดแบบทบต้น)
2529-2559 (30 ปีย้อนหลัง) ไม่มีข้อมูล
2544-2559 (15 ปีย้อนหลัง) อยู่ที่ 19.2%
2549-2559 (10 ปีย้อนหลัง) อยู่ที่ 15.5%
หมายเหตุ : ข้อมูลผลตอบแทนข้างต้นคิดแบบลงเงินครั้งเดียวตอนต้นงวด ผลตอบแทนไม่ได้เฉลี่ยแบบลงทุกเดือน (DCA) เหมือนในบทความนี้ นั่นคือผลตอบแทนที่ได้อาจจะไม่ได้ประมาณนี้ ต้องไปนั่งคิดกันใหม่ทำเป็นเดือนๆไปครับ แล้วหาเป็น IRR ออกมา (เริ่มยาก) แต่จากที่เคยลองทำเล่นๆ ผมสรุปว่าถ้าเลือกกองทุนรวมที่ดี 10% ต่อปี มีความเป็นไปได้ครับ
โอย เห็นแบบนี้แล้ว ทำไมตอนเราจบใหม่ๆ ไม่มีใครเล่าเรื่องนี้ให้ฟังนะ ไม่เป็นไรนะครับ ใครไม่ทันแบบผู้เขียน ก็ส่งต่อแนวคิดนี้ให้หลาน ให้ลูกไปครับ...
Yut Tana
Facebook group : การลงทุน กองทุนรวม การวางแผนการเงิน : Wealth together


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น