นั่งดูดัชนีทั่วโลก เห็นหุ้นจีนลงมาเรื่อยๆ เวลาลงก็ลงมากกว่าเค้า เวลาขึ้นกลับขึ้นน้อยกว่าเค้า ก็เลยสงสัยว่ามันถูกแล้วหรือยัง
ที่มา:http://www.investing.com/indices/shanghai-composite-chart
ภาพข้างต้นเป็นดัชนีหุ้นจีน Shanghai-composite เป็นกราฟรายเดือน ดัชนีระดับนี้คือระดับสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2009 ก่อนที่จะต่ำลงแล้วพุ่งพรวดในปี 2014 แล้วดิ่งลงอีกในปี 2015 ถ้าดูจากยอดที่เคยขึ้นไปสูงสุดในรอบนี้(2014-2015) ตอนนี้ก็นับว่าได้ตกลงมาเยอะมากแล้ว จาก 5000 จุดมาที่ 3000 จุด แล้วถูกพอที่เข้าไปเสี่ยงหรือเปล่า อันนี้กราฟบอกไม่ได้เรื่องความถูกความแพง ก็ต้องเข้าไปดูรายละเอียดของดัชนี Shanghai-composite กัน ว่ามีหุ้นอะไรบ้าง
ที่มา: http://www.investing.com/indices/shanghai-composite-components
ภาพด้านบนคือหุ้นทั้งหมดที่นำมาคำนวณดัชนี เซี่ยงไฮ้ คอมโพสิท ไม่ได้มีเท่าที่เห็นนี้นะครับ มีทั้งหมด 980 ตัว (ในจำนวนนี้มีทำธุรกิจแล้วขาดทุนอยู่ 184 ตัว)
เราจะมาดูภาพรวมกัน ดูทั้งหมดคงไม่ไหว(จริงๆ ก็ดูไหวแต่คิดว่าไม่จำเป็น) จึงเอาหุ้นมาจัดเรียงตามขนาดของหุ้นซึ่งดูจากมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) จากหุ้นขนาดใหญ่ไปหาหุ้นขนาดเล็ก แล้วเอามาดูเฉพาะ Top 300 สาเหตุที่เลือกหุ้นขนาดใหญ่ 300 ตัวแรกเพราะว่ากองทุนส่วนใหญ่จะเข้าซื้อหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงๆ (เพราะถ้าไปซื้อหุ้นขนาดเล็กมันมีไม่พอให้กองทุนซื้อครับ)
พอเรียงเสร็จ ก็มาจัดกลุ่มความถูกความแพงของหุ้นกัน โดยใช้ค่า PE ratio (อัตราส่วนของราคาหุ้นเทียบกับกำไรต่อหุ้น) ซึ่งค่านี้ยิ่งสูงแสดงว่าหุ้นยิ่งแพง สำหรับมือใหม่ฟังเรื่อง PE ให้เข้าใจต่อได้ที่ http://www.a-academy.net/finance/personal-finance/19-stock-valuation-pe/ (ของ A-Academy ครับ)
ผมได้แบ่งระดับความถูกแพงของ PE ไว้ 4 ระดับคือ (ตรงนี้ผมแบ่งตามความพอใจเลยครับ)
หุ้นถูก กำหนด PE ไว้ที่ 0.01-7
หุ้นราคาเหมาะสม กำหนด PE ไว้ที่ 7.01-20
หุ้นแพง กำหนด PE ไว้ที่ 20.01-50
หุ้นแพงจัด กำหนด PE ไว้ที่ 50 ขึ้นไป
พอแบ่งเสร็จก็นับจำนวนหุ้นว่า จากหุ้นตัวอย่าง 300 ตัวอยู่ในแต่ละกลุ่มอย่างละกี่ตัว มาสร้างเป็นกราฟวงกลม ได้ตามนี้
ตัวเลขจำนวนหุ้นในแต่ละกลุ่ม
พอเป็นกราฟ จะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่า จากหุ้น 300 ตัว หุ้นถูกมีแค่ 5% เท่านั้น หุ้นที่ราคาเหมาะสมพอรับได้มีอยู่ 27% สองกลุ่มนี้รวมกันประมาณ 32% ที่เหลืออีก เกือบ 70% เป็นหุ้นที่จัดว่าแพงและไม่น่าลงทุน
คำถามคือว่าถ้าเอาหุ้นมาทั้ง 980 ตัวมาทำแบบนี้บ้าง จะเป็นอย่างไร ได้ลองทำดูคร่าวๆ แล้วเป็นไปในลักษณะคล้ายๆกันครับต่างกันแค่ตัวเลข
พอผมดูตัวเลขแบบนี้แล้ว รู้สึกผิดหวังพอสมควร เพราะก่อนหน้านี้คิดว่า PE ของตลาดจีน ซึ่งถ้าหาข้อมูลดูใน Google พบว่า ค่า PE ของจีนอยู่แค่ ประมาณ 8 เท่า เท่านั้นเอง (ของไทย 18 เท่า) เลยคิดว่าเป็นตลาดที่ราคาหุ้นค่อนข้างถูก แต่พอดูละเอียดแล้ว หุ้นส่วนใหญ่แล้วค่า PE สูงกว่าค่าของตลาดไปมากทีเดียว
สรุปได้ว่า ราคาหุ้นโดยรวมของจีนไม่ได้ถูกแต่อย่างใด ที่ขึ้นไปสูงๆเพราะว่าน่าจะเป็นเพราะแรงเก็งกำไรเป็นหลัก เป็นตลาดที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากไม่ว่าจะลงทุนระยะยาวหรือว่าลงทุนระยะสั้น



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น