วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

หุ้นปันผล เงินปันผล กับเรื่องที่ต้องคิดก่อนลงทุนในหุ้นปันผล dividen

เรื่องเบาๆ เกี่ยวกับเงินปันผล แต่ต้องคิดหนักๆ 

"5 ข้อที่ต้องคิดหนักก่อนลงทุนในหุ้นปันผล"


    จั่วหัวมาค่อนข้างน่าตกใจ ลงทุนหุ้นปันผลทำไมต้องคิดหนัก ก็มันได้ปันผลเรื่อยๆ นี่นา แล้วในความเป็นจริงมันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า มันใช่เหรอ?? เอาล่ะที่นี้มาดูกันว่าถ้างั้นเวลาจะลงทุนในหุ้นเพื่อกินปันผลต้องดูอะไรบ้างนะ

1. ดูอัตราปันผลที่ต้องการ ถ้าเน้นที่รายได้จากเงินปันผลอย่างเดียวไม่ได้คาดหวังจากราคาหุ้นที่จะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต อย่างน้อยก็ควรให้มากกว่าอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลสักสองสามเท่าครับ เพราะไม่งั้นไม่คุ้มความเสี่ยง  วิธีคิดก็ไม่ยากครับ เอาปันผลที่คาดว่าจะได้รับแล้วหารด้วยอัตราปันผลที่ต้องการ เช่นหุ้นตัวหนึ่งจ่ายปันผลต่อปีเท่ากับ 10 บาท ถ้าต้องผลตอบแทนจากเงินปันผลซักไม่ต่ำกว่า 5% ของเงินลงทุนเราควรจะซื้อหุ้นที่ราคาเท่าไหร่


วิธี คิดหาได้จาก เอาเงินปันผลตั้งแล้วหารด้วยอัตราผลตอบแทนที่ต้องการ ในที่นี้ก็คือ 10 หารด้วย 0.05 เท่ากับ 200 บาท นั่นหมายความว่าถ้าต้องการปันผลในอัตรานี้ไม่ควรซื้อหุ้นราคาสูงกว่า 200 บาท

ตัวอย่าง ของจริง หุ้น LH (แลนด์แอนด์เฮ้าส์) จ่ายเงินปันผล ปี 2016 เท่ากับ 0.7 บาท ถ้าเราต้องการผลตอบแทนที่ชนะพันธบัตรรัฐบาล เอาซัก 8% ก็แล้วกัน ราคาสูงสุดที่จะซื้อได้ก็คือ 0.7/0.08 เท่ากับ 8.75 บาท เอ!!!! แล้วราคาวันนี้อยู่เท่าไหร่แล้วนะ 

แต่ เดี่ยวก่อน อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างนะครับ อย่าเพิ่งตัดสินใจ การตัดสินใจซื้อหุ้นเพื่อหวังเงินปันผล ต้องมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาอีกหลายอย่างด้วยกัน

 2. กำไรในอนาคตต้องสม่ำเสมอหรือดีกว่าเดิม ต้องพิจารณาว่าในอนาคตเงินปันผลต้องไม่ลดลง ดูง่ายๆคือ ดูจากวัฎจักรของกิจการ ถ้ามีโอกาสเป็นขาลง รายรับลดลง นั่นหมายความว่ากำไรจะลดลงด้วย พอกำไรลดลง ค่อนข้างแน่นอนว่าเงินปันผลก็จะลดลงด้วยครับ ซึ่งข้อนี้มีนักลงทุนหลายรายพลาดเพราะติดกับดักปันผลสูงในอดีต เช่นร้านหนังสือ ก่อนหน้านี้เคยรุ่งเรือง พอมาถึงจุดหนึ่งยอดขายลดลงเพราะคนหาอ่านได้ฟรีจากอินเตอร์เนท หรือหุ้นสื่อสารบางตัวที่มีต้นทุนเพิ่มจากค่าสัมปทานที่สูงลิบลิ่ว จะให้ปันผลเท่าเดิมคงลำบากเพราะต้นทุนสูงขึ้น


3. กิจการต้องไม่มีการเพิ่มทุนในอนาคต แม้ว่ากำไรเท่าเดิมแต่ถ้ากิจการมีการเพิ่มทุนในอนาคต จะทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น ซึ่งพอจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นแน่นอนว่ากำไรของเราก็ถูกแบ่งไป ทำให้เงินปันผลลดลงได้ หรือถ้ามีการเพิ่มทุนในอนาคตต้องมั่นใจว่ากำไรจะโตได้มากพอที่จะแบ่งให้กับ ผู้ถือหุ้นในอัตราเดิม

4.  ต้องทำใจว่ากิจการนั้นอาจไม่เติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต ถ้าคาดหวังเงินปันผลในอัตราสูง เพราะ บริษัทที่จ่ายปันผลสูงสม่ำเสมอ สาเหตุหนึ่งก็คือไม่รู้จะเอากำไรไปทำอะไร เลยเอามาจ่ายปันผล ดังนั้นถ้าคาดหวังว่าราคาจะวิ่ง อาจผิดหวังได้ ยกเว้นอาจวิ่งตอนประกาศปันผลจากนั้นก็ลดลงหลังขึ้นเครื่องหมาย XD

5. เงินปันผลหุ้นของกิจการที่ไม่ได้รับ BOI จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แต่ก็เป็น Final tax คือผู้เสียภาษีจะเอาเงินปันผลมาคำนวณเป็นรายรับในตอนยื่นแบบ ภงด90 หรือไม่ก็ได้ โดยผ่านกระบวนการเครดิตเงินภาษีจากเงินปันผล(เรื่องนี้อีกยาว เอาไว้ก่อนครับ) โดยสรุปก็คือถ้าไม่ยื่นก็เสียไปฟรีๆ 10% ของเงินปันผล

ความเป็นจริงอาจมีข้อที่ต้องคิดถึงมากกว่านี้ แต่เอาหลักๆ ก็น่าจะประมาณนี้นะ ก็น่าจะเพียงพอที่จะหลุดจากคำว่า "กับดักเงินปันผลแล้วครับ"

บทความโดย Yut Tana   #ฉลาดรู้ฉลาดลงทุน 
Facebook Group การลงทุน กองทุนรวม การวางแผนการเงิน Wealth together

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น