เปรียบเทียบ Health Care สองค่าย ระหว่าง Bcare กับ T-healthcare (27-11-58)
กองแม่ Bcare คือ Wellington Global Health Care Equity Portfolio USD S Acc รหัสใน blooberg คือ wghcepa:id
กองแม่ T-Healthcare คือ Janus Capital Funds plc - Global Life Sciences Fund A USD Acc รหัสใน bloomberg คือ jangla1:id
ทั้งคู่สัญชาติ Ireland ทั้งคู่
1. ผลงานที่ผ่านมาระยะยาวระดับ 5 ปี 3 ปี กองแม่ T-Healthcare ทำผลงานได้ดีกว่า เพิ่งมาพลาดท่าในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากที่ธนชาติออก IPO ในไทย ผลงานกองแม่ T-Healthcare แย่กว่ากองแม่ของ Bcare มากครับ ช่วงเวลาช่างไม่เป็นใจซะจริงๆครับ
ที่มา: http://funds.ft.com/uk/Fund-Comparison
เส้นสีเทาในภาพและข้อมูลในตารางด้านขวาคือคือกองแม่ของ T-Healthcare
2. ความเสี่ยง
จากแผนภาพ ตำแหน่งความเสี่ยงเทียบกับผลตอบแทนของกองแม่ T-Healthcare เมื่อเปรียบเทียบกับกองแม่ Bcare แล้ว จัดว่ากองแม่ T-Healthcare เป็นพวกเสี่ยงสูงกว่าแต่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า ส่วนตัวเลขตารางเกือบทุกตัว บอกชัดเจนว่ากอง Bcare ความเสี่ยงต่ำกว่า และเมื่อเทียบต่อหนึ่งหน่วยความเสี่ยงทำผลตอบแทนได้ดีกว่า
3. ค่าธรรมเนียมในการลงทุนในกองแม่ (ฝั่งขวาคือกองแม่ T-Healthcare) ค่าธรรมเนียมกองแม่ T-Healthcare สูงกว่าตั้ง 6% กว่าๆ ถือว่าเยอะมากครับ ต้องถือยาวมากๆกว่าจะคุ้มค่าเข้าซื้อครั้งแรก นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ กอง T-Healthcare แย่ไปด้วย
4. มาดูธุรกิจที่เค้าเข้าไปลงทุนกันบ้าง
กองแม่ T-Healthcare The Fund will invest primarily in equity securities of companies that are engaged in research, development, production or distribution of products or services related to health and personal care, medicine or pharmaceuticals.
กองแม่ Bcare The objective is long-term capital appreciation. The Fund invests in equity securities of health care companies worldwide.
ที่มา : Bloomberg เท่าที่อ่านจะว่าไปแล้วมีการกำหนดกรอบการลงทุนกว้างเป็นทะเลทั้งคู่ครับ ก็ลองแปลกันเองนะครับ แต่เหมือนว่า Bcare จะไม่ค่อยระบุชัด แต่ตัว T-Healthcare จะค่อยข้างเน้นไปในกลุ่มที่ระบุไว้เลย (ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ถือว่าตัวของธนชาติมีความเสี่ยงสูงกว่า)
5. หุ้น 10 อันดับแรกที่ทั้งสองกองเข้าไปถือ
กองแม่ T-Healthcare top10 ของกองนี้คิดเป็น 21.48% ของทั้งพอร์ต ซึ่งก็ถือว่าไม่มาก แสดงว่ากองแม่กระจายหุ้นค่อนข้างมาก (เดาว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 40-50 ตัว)
เท่าที่เห็น 10 ตัวแรกของกองนี้ก็ดูไม่เลวร้ายนะครับ เรียงตามลำดับ p/e มี ค่า p/e ที่ต่ำกว่า 20 เท่า 4 ตัว เกิน 20 มีอยู่ 5 ตัว และเป็นหุ้นที่ผลประกอบการขาดทุน 1 ตัว
กองแม่ Bcare top10 ของกองนี้คิดเป็น 27.38% การกระจายตัวของหุ้นจะน้อยกว่ากองแม่ T-Healthcare (เดาว่าทั้งพอร์ตของกองแม่ bcare ก็น่าจะถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 30 ตัว)
ตัวหุ้นของกองแม่ bcare ส่วนตัวแล้วผมว่าความคุ้มค่าในการเลือกหุ้นจะสู้ของกองแม่ T-Healthcare ไม่ค่อยได้ (แต่ก็สรุปไม่ได้นะครับเพราะตรงนี้ดูจากแค่ top 10 ของทั้งสองกอง) จาก top 10 p/e ต่ำกว่า 20 มีแค่ 3 ตัวเท่านั้น อีก 5 ตัว p/e อยู่ในระดับสูงเกิน 20 และมีขาดทุนอยู่ 2 ตัว
6. ฝีมือการจัดการของ บลจ ธนชาติและบัวหลวง จะดูจากการขึ้นและลงในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา(เป็นช่วงเวลาที่กอง health care ผันผวนหนักมาก) ดู Nav กองลูกเทียบกับกองแม่ ยึดเวลาตามกองT-Healthcare เป็นหลักเนื่องจาก T-Healthcare เพิ่งเปิดเลยมีข้อมูลย้อนหลังได้ไม่นาน จับเอาจุดสูงสุดไปต่ำสุด(ตอนที่เป็นขาลง) มาเปรียบเทียบกัน
ดูขาลงกันก่อนครับ
ขาลง จะเห็นได้จาก Bcare ลงน้อยกว่ากองแม่มากๆ ในขณะที่กองของธนชาติลงไปพอๆกับกองแม่ ถ้านี่คือเป็นเพราะการจัดของการของกองทุนก็คงจะดูกันออกนะครับว่าใครจัดการได้ดีกว่า ขออนุญาตไม่บอกละกัน
ทีนี้มาดูตอนกลับเป็นขาขึ้นบ้าง จับจากจุดต่ำสุดมาถึงวันที่เขียนบทความนี้
ขาขึ้นมาจากจุดต่ำสุด กองแม่และลูกของธนชาติเปลี่ยนแปลงในอัตราที่ใกล้เคียงกันมาก ส่วนกองแม่และลูกของบัวหลวงครั้งนี้ Bcare แพ้กองแม่ ขึ้นน้อยกว่ากองแม่นะครับ
7. ค่าธรรมเนียมกองในไทย
กอง T-Healthcare ค่าธรรมเนียมกองทุน ไม่เกิน 7.775% และค่าธรรมเนียมการขาย 1%
กอง Bcare ค่าธรรมเนียมกองทุน ไม่เกิน 2.25 ค่าขายออกและซื้อคืนปัจจุบันยังไม่เก็บ
ทั้งสองกองมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เก็บตามจริงแต่ไม่ได้บอกว่าปัจจุบันเก็บเท่าไหร่
บทความนี้ขอไม่สรุปนะครับ ทั้งหมดนี้คือข้อเท็จจริงที่เวลาผมจะตัดสินใจลงทุนจะดูพวกนี้ประกอบแหละครับ ทีนี้ไหนๆก็หาข้อมูลแล้วก็เลยแบ่งปันต่อครับ การตัดสินใจอะไรก็ลองตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอีกครั้งนะครับ อย่าลืมว่าข้อมูลราคาและกราฟเป็นข้อมูลในอดีตนะครับ แต่การซื้อหรือขายกองทุนเราต้องมองอนาคตประกอบด้วยนะครับ
คำเตือน "การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน" และ "ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันถึงผลการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต"
ที่มาของข้อมูล
http://bloomberg.com
http://funds.ft.com
https://www.wealthmagik.com
https://www.google.com/finance







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น